LINE it!
โรคไตวาย

โรคไตวาย Renal Failure ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน

โรคไตวาย Renal Failure ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน โรคไตวาย ส่วนใหญ่มักจะมีสาเหตุมาจาก โรคเบาหวาน และอาจมีปัจจัยมาจากเหล่านี้ด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี ไม่ออกกำลังกาย ภาวะแทรกซ้อนทางไตที่เกิดจากโรคเบาหวานโดยตรง มักเกิดขึ้นหลังจากเป็นโรคเบาหวานอย่างน้อย 5 ปี แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเรามักพบในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมานานกว่า 10 ปี ระดับความรุนแรง และระยะการเกิด จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการควบคุมน้ำตาลในเลือด

โรคไตวาย Renal Failure

ภาวะไตวาย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด

  • ไตวายเฉียบพลัน โดยช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจะเป็นชั่วโมง หรือ เป็นวันทำให้เกิดการคั่งของ ของเสียทำให้เกลือแร่ กรด ด่าง และ การควบคุม ปริมาณน้ำในร่างกายผิดปกติ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยเหล่านี้ส่วนใหญ่ จะมีปริมาณปัสสาวะต่อวันน้อยกว่า 400 ซีซี สาเหตุของไตวายเฉียบพลัน มีหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติ ของการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย เช่น ผู้ป่วยที่ช๊อกจากการติดเชื้อ, เสียเลือดจำนวนมาก หรือขาดน้ำอย่างรุนแรงจากท้องเสีย การใช้คำว่า “เฉียบพลัน” นอกจากบ่งถึง ช่วงเวลาระยะสั้นที่เกิดขึ้นแล้ว ยังบ่งถึงความเป็นไปได้ ที่ไตจะกลับสู่ภาวะปกติได้
  • ไตวายเรื้อรัง คือ การสูญเสียการทำงานของไต ที่เป็นไปอย่างช้าๆ และถาวร ช่วงเวลาอาจตั้งแต่ 1 – 2 ปี จนถึง 10 ปีขึ้นไป จนในที่สุดเข้าสู่ภาวะสุดท้ายของไตวาย (END STAGE OF RENAL FAILURE) ซึ่งหมายถึง ภาวะที่ต้องการการรักษา แบบทดแทน (เช่น ฟอกเลือด, เปลี่ยนไต) เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้

อาการของคนเป็นโรคไตเบื้องต้น

  • ปัสสาวะเป็นเลือด อาการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโรคไต แต่ก็อาจจะไม่ใช่เสมอไป อาจเป็นเลือดสดๆ หรือเป็นลิ่มเลือด
  • ปัสสาวะเป็นสีแดง สีน้ำล้างเนื้อ สีชาแก่ๆ หรือปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้ม
  • ปัสสาวะเป็นฟองมาก เพราะมี albumin หรือโปรตีนออกมามาก จะทำให้ปัสสาวะมีฟองขาวๆ เหมือนฟองสบู่
  • ปัสสาวะเป็นเลือด พร้อมกับมีไข่ขาว-โปรตีนออกมาในปัสสาวะพร้อมๆ กัน
  • ถ่ายปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบ ปัสสาวะราด เบ่งปัสสาวะ
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง ร่วมกับการมีปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่น หรือมีกรวดทราย
  • ปวดหลัง กรณีที่เป็นกรวยไตอักเสบ จะมีอาการไข้หนาวสั่น และปวดหลังบริเวณไต (บริเวณสันหลังใต้ซี่โครงซีกสุดท้าย)
  • มีการบวมที่บริเวณ หนังตาในตอนเช้า หรือหน้าบวม หรือมีอาการบวมทั่วตัว
  • ตัวซีด หรือภาวะโลหิตจาง มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้ามืด เป็นลมบ่อยๆ

ปัจจัยในการเกิดโรคไต

  1. ควบคุมน้ำตาลให้ใกล้เคียงปกติให้มากที่สุด การควบคุมโรคเบาหวานได้ดีโอกาสเป็นโรคไตจะน้อยลง
  2. ระดับความดันโลหิต
  3. กรรมพันธุ์

Renal Failure

ไต เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองสารต่างๆ ที่อยู่ในกระแสเลือด ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะเป็นผลเสียต่ออวัยวะในร่างกายรวมทั้งไต โรคเบาหวานเป็นสาเหตุที่ทำให้ไตเสื่อม หรือไตวายมากที่สุด ผู้ป่วยช่วงแรกจะไม่มีอาการอะไรเลย จนกระทั้งไตเสื่อมมากจึงจะเกิดอาการของไตวาย ปกติอาหารที่เรารับประทานเข้าไปจะถูกย่อย และนำไปกรงที่หลอดเลือดเล็กๆ (capilary) ในไต ของเสียจะถูกขับออก โรคเบาหวานทำให้ไตมีการทำงานมากขึ้น ในที่สุดก็จะมีการสูญเสียสารอาหาร และโปรตีนในปัสสาวะ ปริมาณโปรตีนเพียงเล็กน้อยที่หลุดมาเรียก Microalbuminuria หากไตเสียหน้าที่เพิ่มปริมาณโปรตีนมากขึ้นเรียก Macroalbuminuria หรือ Protelnuria ไตบางส่วนเริ่มเสียหน้าที่การกรอก ทำให้เกิดการคั่งของๆ เสียเรียก ไตวาย หรือ ไตเสื่อม และในที่สุดก็เกิดไตวายระยะสุดท้าย (end-stage renal disease, ESRD) ผู้ป่วยที่เป็น ESRD จำเป็นต้องล้างไต หรือเปลี่ยนไต

เบาหวาน เป็นสาเหตุที่สำคัญของโรคไตวายเรื้อรัง เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะชนิดที่สอง ร้อยละ 20 – 30 ของผู้ป่วยเบาหวานพบว่ามีไข่ขาวในปัสสาวะ แต่มีเพียงร้อยละ 20 ที่จะกลายเป็นโรคไต ซึ่งเราสามารถรู้ได้ก่อนที่จะเกิดอาการไตวายโดยตรวจหาปริมาณ หรือโปรตีน ไข่ขาวในปัสสาวะ ถ้ามากกว่า 30มก./วัน หรือ 20 microgram/min เรียกว่า Microalbuminuria พบว่าโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งถ้ามี microalbuminuria แล้วไม่ได้รักษาร้อยละ 50 จะเป็นโรคไตวายเรื้อรังใน 10 ปี มากกว่าร้อยละ 75 ในเวลา 20ปี สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง จะพบว่ามี microalbuminuria หลังการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานไม่นาน เนื่องจากผู้ป่วยเป็นเบาหวานมานานหลายปีก่อนการวินิจฉัย ร้อยละ 20 – 40 ของผู้ป่วยที่มี microalbuminuria จะกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรัง แต่มีจำนวนน้อยกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรัง เนื่องจากเสียชีวิตจากโรคหัวใจก่อน

นอกจาก microalbuminuria จะเป็นเครื่องบ่งชี้เริ่มต้นของโรคไต ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ของโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น ผู้ป่วยเหล่านี้ต้องรักษาปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น LDL-Cholesterol สูง, ความดันโลหิจสูง, งดสูบบุหรี่, การออกกำลังกาย เป็นต้น

การตรวจหาไข่ขาวในปัสสาวะ Microalbuminuria
เป็นการตรวจหาปริมาณโปรตีนในปัสสาวะซึ่งสามารถตรวจได้สามวิธีดังนี้

  1. หาอัตราส่วนของไข่ดาวต่อครีตินิ (albumin-to-creatinin ratio) ในปัสสาวะจะวินิจฉัยว่า albuminuria เมื่ออัตราส่วนเกิน 30mg/g creatinin เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
  2. หาไข่ขาวในปัสสาวะ 24ชม. จะวินิจฉัยว่า albuminuria เมื่อปริมาณ albumin เกิน 30mg/24h
  3. หาอัตราการนับไข่ขาวในปัสสาวะ 6 ชม. โดยการเก็บปัสสาวะ 6 ชม. แล้ววัดปริมาณไข่ขาวทั้งหมด แล้วคำนวณหาอัตราการหลั่งไข่ขาวต่อนาทีจะวินิจฉัยว่า albuminuria เมื่ออัตราส่วนเกิน 20ug/min

เนื่องจากอาจตรวจพบไข่ขาวได้ในภาวะ ไข้ ความดันโลหิตสูง การออกกำลังกาย หัวใจวาย การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง และอัตราการขับของไข่ขาวไม่แน่นอนดังนั้นจึงต้องตรวจหาไขาขาวอีก 2-3 ครั้งในระยะเวลา 3 – 6 เดือนก่อนการวินิจฉัย microalbuminuria

เมื่อไรจะเริ่มตรวจปัสสาวะหาโปรตีนหรือไข่ขาว?
การตรวจหาไข่ขาวในปัสสาวะในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สองควรตรวจตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน โดยการตรวจไข่ขาวโดยใช้แทบตรวจ ถ้าให้ผลบวกก็ไม่ต้องตรวจหาปริมาณ แต่ถ้าให้ผลเป็นลบ ให้เก็บปัสสาวะหาปริมาณไข่ขาวสำหรับชนิดที่หนึ่งควรตรวจหลังจากการวินิจฉัย 5 ปี

ตารางแสดงค่า Albumin

การแปรผลว่าไข่ขาวมในปัสสาวะจะต้องดูว่ามีสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะที่มีไข่ขาวหรือไม่ ภาวะนั้นได้แก่ น้ำตาลในเลือดเพิ่ม ความดันโลหิตสูง การออกกำลังกาย การติดเชื่อทางเดินปัสสาวะ หัวใจวาย การที่จะบอกว่ามีไข่ขาวอาจจะต้องตรวจปัสสาวะ 3 ครั้งถ้าค่าขึ้นมากกว่า 2 ครั้งให้ถือว่ามีไข่ขาวในปัสสาวะ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะเป็นผลเสียต่ออวัยวะในร่างกายรวมทั้งไต โรคเบาหวานเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไตเสื่อม หรือไตวายมากที่สุด

แชร์ประสบการณ์จากผู้ที่เป็นเบาหวาน

“มอบสุขภาพดีๆ ให้กับคนที่คุณรัก”

เบาหวาน

เฮอร์บากร้า ( Herbraga ) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากสมุนไพรธรรมชาติ

สั่งซื้อสินค้าติดต่อ คุณกรณ์สุภัค โทร.0954714697

สั่งซื้อสินค้า

About เฮอร์บากร้า

ใส่ความเห็น