LINE it!
โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน Diabetes อาการและสาเหตุของการเป็น โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน Diabetes โรคเบาหวานคือ อะไร? โรคเบาหวาน คือ โรคที่เซลร่างกายมีความผิดปกติในขบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน เมื่อน้ำตาลไม่ได้ถูกใช้จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าระดับผิดปกติ

สาเหตุของการเป็น โรคเบาหวาน

แล้วแค่ไหนจึงเรียกว่าผิดปกติ ใครเป็นผู้กำหนด?
ในปัจจุบันหลายประเทศใช้เกณฑ์ระดับน้ำตาลที่ >126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร โดยมีข้อแม้ว่าเป็นค่าของน้ำตาลในน้ำเลือดหลังจากอดอาหารมาอย่างน้อย 8 ชม. แล้ว แต่ถ้าบังเอิญท่านไม่ได้อดอาหารมาก่อน แต่ต้องการตรวจเลยโดยไม่อยากกลับมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น ท่านสามารถเจาะเลือดได้โดยใช้ค่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เป็นเกณฑ์

ใครเป็นผู้กำหนดตัวเลขนี้?
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสมาคมเบาหวานแห่งประเทศสหรัฐประชุม กันพิจารณางานวิจัยที่มีทั้งหมดก่อนปี ค.ศ.1999 เพื่อหาว่า โรคแทรกซ้อนของ โรคเบาหวาน จะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นที่ระดับเท่าใด ผลพบโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดคือ จอประสาทตาเสื่อม เกิดขึ้นที่ระดับน้ำตาลในเลือด 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ดังนั้นความสำคัญของตัวเลขนี้ก็คือ ทุกคนควรจะเริ่มตระหนักว่า ถ้าเรามีระดับน้ำตาลสูงกว่า 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เรามีโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนในระยะยาวของเบาหวานแล้ว แม้ว่าน้ำตาลระดับนี้จะไม่ทำให้เราเกิดอาการใดๆ เลย ดังนั้นตัวเลขนี้จึงมีความหมายในการสร้างความตระหนักเพื่อให้เรามีมาตราการใดๆ ก็ตาม ที่จะทำให้ระดับน้ำตาลของเราต่ำลงกว่า 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แต่วิธีการจะทำให้ระดับน้ำตาลของเราต่ำลงนั้น จะเป็นวิธีการกินยาหรือไม่? ถ้าใช้ยาจะใช้อย่างไร? คงจะต้องมาพิจารณากันอีกที เพราะการควบคุม โรคเบาหวาน นั้นมีหลายวิธี ในอนาคตเมื่อมีงานวิจัยใหม่ๆ หรือมีหลักฐานอื่นๆ มาลบล้างตัวเลข 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร นี้ลง เกณฑ์ของการวินิจฉัยเบาหวานก็อาจเปลี่ยนไปเพื่อให้ประชาชนมีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานน้อยที่สุด เพราะที่ให้ระดับน้ำตาลสูงกว่านี้รวมกับระยะเวลาที่ผ่านไป โรคแทรกซ้อนอื่นๆ ของเบาหวาน เช่น หลอดเลือดแดงของหัวใจ หลอดเลือดแดงของสมอง โรคความดันโลหิตสูง ไตเสื่อมและไขมันสูงก็จะตามมาอีกชุดใหญ่ อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลก ยังคงใช้เกรณ์ระดับน้ำตาลที่ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

Summary of regulation of Glycolysis

แล้วประเทศไทยใช้ตัวเลขใด?
กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย และสำนักงานประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประชุมกันให้ใช้ตัวเลขระดับน้ำตาลที่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริการ

แล้วทำไมร่างกายจึงใช้น้ำตาลไม่ได้?
เราใช้น้ำตาลที่กินจากอาหารเพื่อทำให้เกิดพลังงาน น้ำตาลที่กล่าวถึงคือกลูโคส ไม่ว่าเราจะกินอะไร? เป็นอาหาร กินแป้ง กินเนื้อสัตว์ กินไขมัน ผลไม้ หรือแม้แต่ผัก ในที่สุดมันก็จะต้องถูกย่อยให้เป็นหน่อยที่เล็กที่สุด คือ น้ำตาลกลูโคส ก่อนเสมอแล้วน้ำตาลกลูโคสตัวนี้จึงเข้าสู่ขั้นตอนแรกของขบวนการที่ทำให้เกิดการเผาผลาญที่เรียกว่า Glucolysis มีทั้งหมด 10 ขั้นตอนย่อย อนึ่ง ขบวนการนี้ต้องเกิดขึ้นภายในเซล การนำกลูโคสเข้าเซล และขั้นตอนที่ Glucolysis ขั้นที่ Fructose 6 Phosphate เปลี่ยนเป็น Fructose 1,6 Phosphate ขั้นตอนนั้นต้องใช้อินซูลิน นอกจากนี้ ขบวนการต่อไป คือ สาร Pyruvate เข้าสู่ Kreb cycle เพื่อให้ได้พลังงาน ATP ยังมีอีกเอ็นไซสำคัญ Pyruvatedehydroginase Kinase ที่ต้องใช้อินซูลินกระตุ้นอีกด้วย
เมื่อกูลโคสในเลือดเข้าเซลก็ไม่ได้ ถ้าเข้าไปก็ไม่สามารถผ่านเข้าสู่ขบวนการ Glucolysis กลายเป็น Pyruvate ไม่ได้ แต่ถ้าแม้บางส่วนจะสามารถผ่านเข้าไปเป็น Pyruvate ได้ในกรณีเบาหวานชนิดที่ 2 อินซูลินมีอยู่แต่ออกกฤทธิ์ได้ไม่ดี เอนไซม์ที่ต้องใช้เปลี่ยน Pyruvate เป็น Acetyl CoA ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเพราะต้องใช้อินซูลินในขั้นตอนนี้อีกเช่นกัน

Citric acid cycle

แล้วทำไมร่างกายเราจึงขาดอินซูลิน?
การขาดอินซูลินมีอยู่ 2 แบบหลักๆ
1. ร่างกายขาดฮอร์โมอินซูลินจริงๆ หมายถึง อินซูลินเท่ากับศูนย์ ไม่มีเลยทั้งนี้เพราะโรงงานที่ผลิตคือตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่ได้ ส่วนจะผลิตไม่ได้เพราะอะไรยังสามารถแยกแยะต่อไปได้อีก
1.1 ถ้าผลิตไม่ได้เพราะเซลเบต้าที่ผลิตถูกทำลายโดยภูมิคุ้มกันของตนเอง องค์การอนามัยโลก (Who classification) ให้เป็น เบาหวานชนิดที่ 1 เขียนสั้นๆ ว่า DM1
1.2 ถ้าผลิตไม่ได้เพราะเซลเบต้าถูกทำลายด้วยสาเหตุอื่นเช่น มะเร้ง เหล่า เบียร แอลกอฮอล์ แร่เหล็ก หรืออะไร อย่างอื่นไปตกตะกอนในตับอ่อน หรือตับอ่อนถูกตัดเช่น อุบัติเหตุ WHO ให้เป็นเบาหวานอื่นๆ (other DM)
2. ร่างกายไม่ได้ขาดอินซูลิน ตับอ่อนสามารถผลิตอินซูลินได้ดี หรืออาจจะผลิตได้มากกว่าปกติด้วยซ้ำ แต่อินซูลินไม่สามารถนำน้ำตาลเข้าเซลได้ อย่างนี้พูดได้ว่ามีแต่ก็ใช้ไม่ได้ เสมือนหนึ่งว่าขาด กลไกแบบนี้ WHO จัดให้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เขียนสั้นๆ ว่า DM2

Insulin

มาดูภาพประกอบง่ายๆ จาก Diabetes.UK กัน ถ้าเซลร่างกายของเราเปรียบเสมือนบ้าน และน้ำตาลกลูโคสเปรียบเสมือนคนที่ต้องการเข้าบ้าน และอินซูลินเปรียบเสมือนกุญแจ คนไม่สามารถเข้าบ้านมี 2 สาเหตุ คือ

  1. ไม่มีกุญแจ
  2. มีกุญแจ แต่กุญแจไขไม่ออก

เมื่อนักวิทยาศาสตรืศึกษาลึกลงไปจนเห็นระดับเซล เขาพบว่าร่างกายมีประตูที่เป็นทางเข้าของน้ำตาลจริงๆ เราเรียกประตูนั้นว่า Insulin receptor ดังนั้นเมื่อกลไกลการเกิดโรคเบาหวานเกิดได้หลายกลไก การรักษาจึงแตกต่างกันไปตามสาเหตุด้วย แต่อย่าลืมว่าธรรมชาติเป็นสิ่งมหัสจรรย์ ในบางคนหรือแม้แต่ในคนเดียวกันแต่ในช่วงเวลาต่างกัน ก็สามารถจะเกิด โรคเบาหวาน ได้จากกลไกที่มากกว่า 1 อย่าง

Insulin receptor

อาการของโรคเบาหวานที่พบบ่อย
ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก หิวมากกว่าปกติ น้ำหนักลด อ่อนเพลีย สมาธิไม่มี ชาปลายมือ ปลายเท้า ตามัว ป่วยบ่อย ติดเชื้อบ่อย คลื่นไส้ เวียนหัว หงุดหงิด ขบคิดปัญหาง่ายๆ ไม่ได้เท่าที่ควร แผลหายช้า คันผิวหนัง คันช่องคลอด อาการที่พบบ่อยนี้จะเริ่มสังเกตเห็นได้เมื่อระดับน้ำตาลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ทั้งนี้เพราะไตสามารถเก็บกักกลูโคสได้มากที่สุดประมาณ 160 – 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ที่ระดับน้ำตาลสูงกว่านี้กูลโคสเป็นสารที่ดูดน้ำเอาไว้ จึงพาเอาน้ำและเกลือแร่อย่างอื่น เช่น โซเดียม ขับออกมาเป็นปัสสาวะจำนวนที่มากกว่าปกติ ผู้ป่วยจะสังเกตได้ง่าย คือ แม้ไม่รับประทานน้ำในขณะหลับก็ยังต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะ ส่วนอาการผิวแห้ง คัน กระหายน้ำนั้นเป็นผลพวงของปัสสาวะที่มากนั้นเอง ส่วนอาการทางอารมณ์และสมอง เกิดจากความหนืดของเลือดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสมองสังเกตได้ค่อนข้างไวนั่นเอง

Diabets warning signs

ดังนั้นในคนที่ระดับน้ำตาลสูงกว่าเกณฑ์ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จึงไม่มีอาการใดๆ และบังเอิญในการตรวจร่างกายประจำปี

แชร์ประสบการณ์จากผู้ที่เป็นเบาหวาน

“มอบสุขภาพดีๆ ให้กับคนที่คุณรัก”

เบาหวาน

เฮอร์บากร้า ( Herbraga ) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากสมุนไพรธรรมชาติ

สั่งซื้อสินค้าติดต่อ คุณกรณ์สุภัค โทร.0954714697

สั่งซื้อสินค้า

About เฮอร์บากร้า

ใส่ความเห็น