LINE it!
โรคเบาหวานขึ้นจอรับภาพ

โรคเบาหวานขึ้นจอรับภาพ อาการและวิธีการรักษา ( Diabetes Retinopathy )

โรคเบาหวานขึ้นจอรับภาพ โรคแทรกซ้อนทางตาที่เกิดจาก โรคเบาหวาน ต้อกระจก ต้อหิน ประสาทจอรับภาพเสื่อม หรือประสาทจอรับภาพขาดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของการมองไม่เห็น การดูแลที่สำคัญ คือ การตรวจตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ โรคเบาหวานขึ้นจอรับภาพ Diabetes Retinopathy เป็นอย่างไร? เป็นโรคเบาหวานที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จอรับภาพ retina โดยมีการทำลายหลอดเลือดบนจอภาพ ซึ่งหากเป็นมากอาจจะมีผลต่อการมองเห็น

โรคเบาหวานขึ้นจอรับภาพ เกิดได้อย่างไร?

คนที่เป็นเบาหวานมานานจะมีการทำลายหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดบางส่วนไม่แข็งแรง ซึ่งทำให้เกิดผลตามมาดังนี้

  • ผนังหลอดเลือดบางส่วนโป่งออกมาเรียก Aneurysm
  • มีการรั่วของน้ำออกจากผนังหลอดเลือดเรียก Exudate
  • อาจจะมีเลือดออกที่จอรับภาพเรียก Haemorrhage
  • เส้นเลือดบางส่วนตีบตันทำให้เลือดไปเลี้ยงจอรับภาพไม่พอ
  • มีการงอกของเส้นเลือดใหม่เพื่อไปเลี้ยงส่วนที่ขาดเลือดเรียก proliferative ปัญหาคือเส้นเลือดที่งอกใหม่จะไม่แข็งแรงแตกได้ง่ายซึ่งเป็นสาเหตุของตาบอด

ผู้ที่เบาหวานขึ้นจอรับภาพจะมีอาการอย่างไรบ้าง?
ผู้ที่เบาหวานขึ้นอรับภาพส่วนใหญ่จะไม่มีอาการอะไร แต่โรคจะค่อยดำเนินจนหากเป็นมากจะกระทบกับการมองเห็นจนกระทั้งตาบอด แต่อาจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • ตามองไม่ชัด
  • เห็นเศษชิ้นส่วนลอยในตา
  • มีปัญหาเวลามองกลางคืน
  • มองเห็นจุดดำ
  • แยกสีไม่ชัดเจน

เบาหวานขึ้นจอรับภาพมีกี่ชนิด

เบาหวานขึ้นจอรับภาพมีกี่ชนิด?
ขึ้นกับว่ากระทบกับส่วนใดของจอรับภาพ โดยเราจะแบ่งออกเป็น การเปลี่ยนของจอรับภาพเนื่องจากเบาหวาน จะพบได้เกือบทุกรายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และพบร้อยละ 60 ของผู้ป่วยเบาหวานที่ 2 ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เมื่อวินิจฉัยได้ครั้งแรกพบว่าก็มีการเปลี่ยนแปลงทางจอรับภาพแล้วร้อยละ 21 การเปลี่ยนแปลงทางจอรับภาพที่พบได้แก่

1.) Mild nonproliferative (increase permeability) ผู้ป่วยไม่มีอาการ ตามองเห็นปกติ ตรวจทางจอรับภาพ จะพบมีการโป่งพองของหลอดเลือด (microaneurysm), หลอดเลือดที่โป่งพองจะควบคุมการไหลของสารน้ำไม่ได้เกิด (hard exudate), นอกจากนั้นยังทำให้เกิดอาการบวมของจอรับภาพ (macular edema) และ dot hemorrhage
2.) moderate to severe nonproliferative (NPDR, vascular closer) จอรับภาพจะมีการขาดเลือดเพิ่ม มีการหลังของเหลวในจอรับภาพ cotton-wool spot, venous dilatation
3.) proliferative diabetic retinopathy (new blood vessel on retina) หลอดเลือดที่จอรับภาพเสียหายทำให้มีการสร้างหลอดเลือดขึ้นใหม่ หลอดเลือดใหม่นี้ไม่แข็งแรงทำให้มีเลือดออก และมองไม่เห็น (vitrous hemorrhage) หลอดเลือดใหม่ทำให้พังผืด (scar) และเมื่อพังผืดบิดตัวทำให้เกิดการแยกของจอรับประสาทตา (retinal detachment) ตาจะบอด
4.) Macula edema จะเป็นส่วนของจอรับภาพที่ชัดที่สุด โรคเบาหวานจะทำให้บริเวณนี้บวมส่งผลทำให้เห็นไม่ชัด

การตรวจตาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน?

  • ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 อายุมากกว่า 10 ปี และเป็นเบาหวานมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี ควรจะได้รับการตรวจจอรับภาพทุกคน
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ควรจะได้รับการตรวจจอประสาทตาหลังจากวินิจฉัยโรคเบาหวาน
  • การติดตามขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของจอรับภาพ หากปกติอาจจะติดตามทุก 2 – 3 ปี หากผิดปกติต้องติดตามถี่ขึ้น
  • การใช้กล้องถ่ายภาพก็เป็นช่องทางหนึ่งในการติดตาม
  • สตรีที่เป็นเบาหวานหากจะตั้งครรภ์ต้องตรวจจอรับภาพ

โรคเบาหวานขึ้นประสาทจอรับภาพ Retinopathy?
โรคแทรกซ้อนทางตาที่เกิดจากโรคเบาหวานมี ต้อกระจก ต้อหิน ประสาทจอรับภาพเสื่อมหรือประสาท จอรับภาพขาดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของการมองไม่เห็น การดูแลที่สำคัญคือการตรวจตาตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ

แชร์ประสบการณ์จากผู้ที่เป็นเบาหวาน

“มอบสุขภาพดีๆ ให้กับคนที่คุณรัก”

เบาหวาน

เฮอร์บากร้า ( Herbraga ) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากสมุนไพรธรรมชาติ

สั่งซื้อสินค้าติดต่อ คุณกรณ์สุภัค โทร.0954714697

สั่งซื้อสินค้า

About เฮอร์บากร้า

ใส่ความเห็น